
1. หมวกนิรภัย (Safety Helmet)
หมวกนิรภัยเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในทุกงานก่อสร้าง ป้องกันศีรษะจากวัตถุหล่นใส่ กระแทก หรือไฟฟ้าช็อต ควรเลือกหมวกที่ได้มาตรฐาน มอก. และมีการปรับขนาดให้พอดีกับศีรษะ เปลี่ยนใหม่เมื่อหมดอายุการใช้งานหรือมีรอยแตก
การสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้องต้องรัดสายคางให้กระชับ ไม่ถอดออกในพื้นที่เสี่ยง หมวกควรมีครีบกันแดดและกันฝนได้ ควรตรวจสอบสภาพหมวกเป็นประจำทุกสัปดาห์ หากพบรอยร้าวหรือสีซีดควรเปลี่ยนทันที

2. แว่นตานิรภัย (Safety Glasses)
ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและเสียหายได้ง่ายจากเศษหิน ฝุ่นละออง หรือสารเคมี แว่นตานิรภัยช่วยป้องกันอันตรายเหล่านี้ ควรเลือกแว่นที่ทนต่อแรงกระแทก มีเลนส์กันรอยขีดข่วน และกันรังสี UV
สำหรับงานเจียร ตัด หรือเชื่อมโลหะ ควรใช้แว่นตานิรภัยแบบครอบหรือหน้ากากเชื่อมที่มีแผ่นกรองแสง ควรทำความสะอาดแว่นทุกครั้งหลังใช้งาน และเปลี่ยนแว่นเมื่อเลนส์เป็นรอยหรือแตก

3. ถุงมือนิรภัย (Safety Gloves)
มือเป็นส่วนที่สัมผัสกับวัสดุและเครื่องมือโดยตรง จึงเสี่ยงต่อบาดแผล รอยไหม้ หรือการถูกกัดกร่อนจากสารเคมี เลือกถุงมือให้เหมาะกับประเภทงาน เช่น ถุงมือยางสำหรับงานเคมี ถุงมือหนังสำหรับงานเชื่อม และถุงมือผ้าสำหรับงานทั่วไป
ถุงมือต้องมีขนาดพอดีมือ ไม่หลวมหรือคับเกินไป เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ควรตรวจสอบสภาพถุงมือเป็นระยะ หากมีรอยขาดหรือทะลุควรเปลี่ยนใหม่ทันที เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
4. รองเท้านิรภัย (Safety Shoes)
รองเท้านิรภัยช่วยป้องกันเท้าจากของหนักตกใส่ ของมีคมทิ่มแทง หรือการลื่นล้ม ควรเลือกพื้นรองเท้ากันลื่น มีเหล็กครอบหัวรองเท้าเพื่อป้องกันของตกใส่ และพื้นรองเท้าทนต่อน้ำมันหรือสารเคมี
รองเท้านิรภัยต้องมีขนาดพอดี สวมใส่สบาย ไม่กัดเท้า และควรเปลี่ยนเมื่อพื้นรองเท้าสึกหรือชำรุด มีรองเท้าหลายแบบ เช่น รองเท้าบูทหุ้มข้อสำหรับงานขุดเจาะ หรือรองเท้าผ้าใบบางเบาสำหรับงานเบา
5. เสื้อสะท้อนแสง (High-Visibility Vest)
เสื้อสะท้อนแสงช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีรถยนต์หรือเครื่องจักรเคลื่อนที่ ลดอุบัติเหตุจากการชนหรือทับ ควรเลือกเสื้อที่มีแถบสะท้อนแสงรอบตัว สีสันสดใส เช่น สีส้ม หรือสีเหลือง
เสื้อควรมีขนาดพอดีตัว ไม่รุ่มร่าม และควรสวมทับเสื้อทำงานทุกครั้งในพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบสภาพแถบสะท้อนแสง หากซีดจางหรือหลุดควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อประสิทธิภาพในการมองเห็น
6. เข็มขัดนิรภัย (Safety Harness)
สำหรับงานที่ต้องทำงานบนที่สูง เช่น นั่งร้าน หรือหลังคา เข็มขัดนิรภัยเป็นสิ่งจำเป็น ช่วยกระจายแรงกระแทกและป้องกันการตกจากที่สูง ควรเลือกเข็มขัดที่ได้มาตรฐาน มีจุดยึดที่แข็งแรง และตรวจสอบสภาพสายรัดทุกครั้งก่อนใช้งาน
การสวมเข็มขัดต้องกระชับพอดี ไม่หลวม และต้องยึดกับจุดยึดที่แข็งแรงเสมอ ควรฝึกวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง และเปลี่ยนเข็มขัดเมื่อหมดอายุหรือมีรอยชำรุด
7. ที่อุดหูหรือครอบหู (Ear Protection)
เสียงดังจากเครื่องจักรและเครื่องมือก่อสร้างอาจทำลายการได้ยินระยะยาว ที่อุดหูหรือครอบหูช่วยลดระดับเสียงลงได้ ควรเลือกที่อุดหูที่มีค่าลดเสียง (NRR) เหมาะสม และใส่ให้ถูกวิธี
สำหรับงานที่มีเสียงดังเกิน 85 เดซิเบล ควรใส่ที่อุดหูตลอดเวลา ตรวจสอบสภาพที่อุดหู หากสกปรกหรือเสียหายควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันเสียง
8. หน้ากากกันฝุ่นหรือหน้ากากกรองสารเคมี (Respirator)
ฝุ่นละอองและสารเคมีในงานก่อสร้างเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ หน้ากากช่วยกรองอากาศก่อนหายใจเข้าไป ควรเลือกหน้ากากให้เหมาะกับชนิดของสารปนเปื้อน เช่น หน้ากาก N95 สำหรับฝุ่น หรือหน้ากากกรองสารเคมีสำหรับงานพ่นสี
หน้ากากต้องกระชับกับใบหน้า ไม่มีช่องว่าง และควรเปลี่ยนแผ่นกรองตามระยะเวลาที่กำหนด ห้ามใช้หน้ากากซ้ำเมื่อสกปรกหรือชำรุด และควรเลือกหน้ากากที่ได้มาตรฐาน มอก.
9. ชุดป้องกันสารเคมี (Chemical Protective Suit)
สำหรับงานที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีอันตราย เช่น กรด ด่าง หรือตัวทำละลาย ชุดป้องกันสารเคมีช่วยปกป้องผิวหนังจากการสัมผัสโดยตรง ควรเลือกชุดที่ทำจากวัสดุที่ทนทานต่อสารเคมี และมีซิปหรือตะเข็บกันซึม
สวมชุดให้มิดชิด และใช้ร่วมกับอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ เช่น ถุงมือและรองเท้าบูท ควรตรวจสอบสภาพชุดทุกครั้ง หากมีรอยฉีกขาดหรือรั่วซึมต้องเปลี่ยนใหม่ และควรล้างทำความสะอาดตามคำแนะนำหลังใช้งาน
10. ไฟฉายและอุปกรณ์ให้แสงสว่าง (Flashlight and Lighting)
ในพื้นที่ทำงานที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ เช่น อุโมงค์ หรืองานกลางคืน ไฟฉายช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการมองเห็น ป้องกันการสะดุดล้ม และช่วยให้มองเห็นป้ายเตือนหรืออันตรายได้ชัดเจนขึ้น ควรเลือกไฟฉายที่ทนทาน กันน้ำ และมีแสงสว่างเพียงพอ
ควรพกไฟฉายสำรองและแบตเตอรี่เพิ่มเติมเสมอ และตรวจสอบการทำงานของไฟฉายเป็นประจำ เพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา
