

1. เลือกเฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์เพื่อประหยัดพื้นที่
การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้หลากหลายเป็นหัวใจของบ้านมินิมอล ตัวอย่างเช่น โซฟาที่แปลงเป็นเตียงนอนได้ โต๊ะอาหารที่พับเก็บได้ หรือชั้นวางของที่ปรับระดับได้ สิ่งเหล่านี้ช่วยลดจำนวนชิ้นเฟอร์นิเจอร์ลงได้มาก และทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น
นอกจากนี้ ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีอ่อนและดีไซน์เรียบง่าย ไม่มีลวดลายเยอะ เพื่อให้กลมกลืนกับสไตล์มินิมอล และช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่ง สบายตา

2. จัดเก็บของให้เป็นระเบียบด้วยระบบปิด
ของใช้ในบ้านมินิมอลควรถูกซ่อนไว้ในตู้หรือลิ้นชัก หลีกเลี่ยงการวางของกระจุกกระจิกให้เห็น เพราะจะทำให้ดูรกและไม่เป็นระเบียบ ใช้กล่องหรือตะกร้าใส่ของเพื่อจัดหมวดหมู่ และติดป้ายกำกับเพื่อความสะดวก
การมีระบบจัดเก็บที่ดีจะช่วยให้คุณค้นหาของได้ง่าย และไม่ต้องซื้อของซ้ำเพราะหาของไม่เจอ ซึ่งเป็นการลดความสิ้นเปลืองอีกทางหนึ่ง

3. ใช้สีขาวและโทนสีธรรมชาติเป็นหลัก
สีขาวเป็นสีพื้นฐานของสไตล์มินิมอล เพราะให้ความรู้สึกสะอาด โล่ง และกว้างขวาง คุณสามารถเพิ่มสีธรรมชาติ เช่น สีเบจ สีเทาอ่อน หรือสีเขียวจากต้นไม้ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและมีชีวิตชีวาโดยไม่ทำลายความเรียบง่าย
การเลือกสีผนังและเฟอร์นิเจอร์ในโทนเดียวกันจะช่วยให้ทุกอย่างกลมกลืน และทำให้พื้นที่ดูเป็นหนึ่งเดียว ไม่ควรใช้สีฉูดฉาดหรือลวดลายเยอะ เพราะจะขัดกับคอนเซ็ปต์มินิมอล
4. ลดปริมาณของใช้เหลือเท่าที่จำเป็น
หลักการสำคัญของมินิมอลคือ การมีของน้อยแต่มีคุณภาพ เริ่มจากการสำรวจของใช้ในบ้านทั้งหมด แล้วคัดแยกสิ่งที่ไม่ได้ใช้หรือไม่จำเป็นออกไป บริจาคหรือขายทิ้ง เพื่อให้เหลือแต่ของที่จำเป็นจริงๆ
การลดปริมาณของจะช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น ประหยัดเวลา และลดความเครียดจากการจัดการกับของรกๆ อีกทั้งยังช่วยให้คุณมีสมาธิกับสิ่งที่สำคัญกว่าในชีวิต
5. เลือกวัสดุธรรมชาติที่ทนทาน
ของใช้ในบ้านมินิมอลควรทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ ไผ่ หวาย หรือผ้าฝ้าย เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีความทนทาน ใช้งานได้นาน ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย
การลงทุนซื้อของที่มีคุณภาพสูง แม้ราคาจะแพงกว่าเล็กน้อย แต่ในระยะยาวคุ้มค่า เพราะไม่ต้องซื้อซ้ำ และยังช่วยลดขยะอีกด้วย
6. จัดแสงธรรมชาติให้ส่องถึงทั่วบ้าน
แสงธรรมชาติช่วยให้บ้านดูสว่างและกว้างขึ้น ลดการใช้ไฟฟ้า และทำให้อารมณ์ดี ควรติดตั้งหน้าต่างบานใหญ่ หรือใช้ผ้าม่านที่บางเบา เพื่อให้แสงส่องเข้ามาได้เต็มที่
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางเฟอร์นิเจอร์บังหน้าต่าง และใช้กระจกเงาช่วยสะท้อนแสงเพื่อเพิ่มความสว่างในมุมที่แสงส่องไม่ถึง
7. ใช้พื้นที่แนวตั้งให้เป็นประโยชน์
ในบ้านมินิมอล พื้นที่แนวตั้งเป็นสิ่งมีค่า ควรติดชั้นวางของสูงๆ หรือตู้แขวนผนัง เพื่อเก็บของโดยไม่กินพื้นที่ใช้สอยบนพื้น วิธีนี้ช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น และยังเป็นระเบียบเรียบร้อย
คุณอาจใช้ตะขอแขวนผนังสำหรับเสื้อผ้า กระเป๋า หรือเครื่องครัว เพื่อให้หยิบใช้ได้สะดวก และไม่ต้องใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ
8. เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
การเลือกซื้อของใช้ในบ้าน ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพและความจำเป็น มากกว่าจำนวนหรือความสวยงามชั่วคราว เลือกของที่ใช้งานได้จริง ทนทาน และออกแบบมาอย่างดี เพื่อลดการซื้อของซ้ำซ้อน
การมีของน้อยแต่ดี จะช่วยให้บ้านของคุณดูมีสไตล์และหรูหราแบบไม่ต้องพยายาม และยังช่วยให้คุณรู้สึกพึงพอใจกับการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย
9. ดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
บ้านมินิมอลต้องสะอาดอยู่เสมอ เพื่อคงความรู้สึกโปร่งโล่ง ควรทำความสะอาดเป็นประจำทุกวัน เช่น เช็ดฝุ่น กวาดถูพื้น และจัดเก็บของให้เข้าที่ทันทีหลังใช้งาน
การมีกิจวัตรเช่นนี้จะช่วยให้บ้านไม่รก และคุณไม่ต้องเสียเวลาทำความสะอาดครั้งใหญ่บ่อยๆ อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์และของใช้อีกด้วย
10. เพิ่มต้นไม้เล็กๆ เพื่อความสดชื่น
ต้นไม้ไม่เพียงช่วยฟอกอากาศ แต่ยังเพิ่มชีวิตชีวาให้กับบ้านมินิมอล ควรเลือกต้นไม้ขนาดเล็กที่ดูแลง่าย เช่น กระบองเพชร ลิ้นมังกร หรือพลูด่าง วางไว้ตามมุมห้องหรือบนชั้นวาง
การใช้ต้นไม้เป็นของตกแต่งจะช่วยลดความแข็งกระด้างของสไตล์มินิมอล และทำให้บ้านดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่ไม่ควรวางเยอะจนรก ควรเลือกเพียงไม่กี่จุดเท่านั้น
