
1. เครื่องชาร์จอัจฉริยะสำหรับบ้าน
เครื่องชาร์จอัจฉริยะสำหรับบ้านเป็นอุปกรณ์แรกที่ควรติดตั้งเมื่อคุณมีรถยนต์ไฟฟ้า เพราะช่วยให้การชาร์จรถเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น อุปกรณ์นี้สามารถควบคุมการชาร์จผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ตั้งเวลาให้ชาร์จในช่วงไฟฟ้าราคาถูก และตรวจสอบสถานะการชาร์จได้แบบเรียลไทม์
นอกจากนี้ เครื่องชาร์จอัจฉริยะยังมีระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อแบตเตอรี่เต็ม ป้องกันการชาร์จเกิน จึงช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ และลดความเสี่ยงจากไฟดูดหรือไฟฟ้าลัดวงจร เหมาะสำหรับผู้ที่ชาร์จรถที่บ้านเป็นประจำ ควรเลือกเครื่องชาร์จที่รองรับมาตรฐานการชาร์จของรถคุณ และมีกำลังไฟเพียงพอต่อความต้องการ

2. สายชาร์จแบบพกพา
สายชาร์จแบบพกพาเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อคุณเดินทางไกลหรือต้องจอดรถที่ไม่มีสถานีชาร์จ สายชาร์จพกพาช่วยให้คุณสามารถชาร์จรถจากปลั๊กไฟบ้านทั่วไปหรือแหล่งจ่ายไฟอื่นๆ ได้ในยามฉุกเฉิน ควรเลือกสายชาร์จที่มีความยาวเพียงพอและทนทานต่อการใช้งานกลางแจ้ง
อย่าลืมตรวจสอบชนิดของหัวชาร์จให้เข้ากับรถของคุณ เช่น Type 2 หรือ CCS และควรพกสายชาร์จสำรองไว้ในรถเสมอ เผื่อกรณีฉุกเฉินที่แบตเตอรี่ใกล้หมดและไม่มีสถานีชาร์จอยู่ใกล้

3. แอปพลิเคชันค้นหาสถานีชาร์จ
แอปพลิเคชันค้นหาสถานีชาร์จเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าง่ายขึ้นมาก คุณสามารถค้นหาสถานีชาร์จใกล้เคียง ดูสถานะการใช้งาน ราคา และประเภทของหัวชาร์จได้ทันที แอปยอดนิยม เช่น PlugShare, ChargeMap หรือแอปของผู้ให้บริการชาร์จโดยเฉพาะ
แอปเหล่านี้ยังช่วยวางแผนเส้นทางโดยระบุจุดแวะชาร์จระหว่างทาง พร้อมแจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่เหลือน้อย ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่ติดอยู่กลางทาง ควรดาวน์โหลดแอปไว้หลายๆ ตัวเพื่อเปรียบเทียบข้อมูล และควรอัปเดตแอปเป็นประจำเพื่อให้ได้ข้อมูลล่าสุด
4. กล้องหน้ารถยนต์ (Dashcam)
กล้องหน้ารถยนต์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์บนท้องถนน ซึ่งมีประโยชน์มากทั้งในแง่ของความปลอดภัยและหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า กล้องหน้ารถยังช่วยบันทึกข้อมูลการชาร์จหรือเหตุการณ์รอบรถได้อีกด้วย เลือกกล้องที่มีคุณภาพภาพระดับ Full HD หรือ 4K เพื่อให้เห็นป้ายทะเบียนได้ชัดเจน
ควรเลือกกล้องที่มีระบบบันทึกเหตุการณ์เมื่อมีการชน (G-sensor) และโหมดจอดรถเพื่อบันทึกเหตุการณ์ขณะจอดรถ ควรติดตั้งกล้องให้อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นถนนได้เต็มที่ และไม่บดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่
5. ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สายในรถ
แม้รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นจะมีที่ชาร์จโทรศัพท์ในตัว แต่บางรุ่นอาจไม่มีหรือมีตำแหน่งที่ไม่สะดวก ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สายในรถจึงเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้คุณชาร์จโทรศัพท์ได้ตลอดการเดินทาง โดยไม่ต้องพึ่งสายไฟที่พันกันยุ่งเหยิง
เลือกที่ชาร์จที่รองรับระบบชาร์จเร็วและมีระบบป้องกันความร้อนสูงเกินไป ควรติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายและไม่รบกวนการขับขี่ บางรุ่นมีขายึดติดกับช่องแอร์หรือที่วางแก้วได้สะดวก
6. แผ่นยางปูพื้นรถยนต์
แผ่นยางปูพื้นรถยนต์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องพื้นรถจากคราบสกปรก น้ำ และเศษขยะ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ดูแลรักษาง่ายอยู่แล้ว แผ่นยางปูพื้นช่วยให้การทำความสะอาดรถง่ายขึ้น และยังช่วยลดเสียงรบกวนจากถนนได้อีกด้วย
เลือกแผ่นยางที่พอดีกับรุ่นรถ และควรมีขอบยกสูงเพื่อป้องกันน้ำหรือทรายเลอะเทอะ แผ่นยางคุณภาพดีควรทนทานต่อการใช้งานและไม่ลื่น ควรเลือกแบบที่ทำความสะอาดง่าย เช่น ล้างน้ำแล้วผึ่งลมให้แห้ง
7. ฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง
ฟิล์มกรองแสงช่วยลดความร้อนจากแสงแดด ป้องกันรังสี UV และเพิ่มความเป็นส่วนตัว สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ฟิล์มกรองแสงยังช่วยลดการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ เนื่องจากห้องโดยสารเย็นขึ้น จึงช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้อีกทางหนึ่ง
เลือกฟิล์มกรองแสงที่มีค่าการกรองแสงสูง และไม่บดบังทัศนวิสัย ควรติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญเพื่อป้องกันฟองอากาศและรอยย่น ตรวจสอบกฎหมายเกี่ยวกับความเข้มของฟิล์มกรองแสงในประเทศไทยเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมาย
8. ระบบนำทาง GPS สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
ระบบนำทาง GPS สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยวางแผนเส้นทางโดยคำนึงถึงระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้ และตำแหน่งสถานีชาร์จระหว่างทาง ระบบนำทางเหล่านี้จะคำนวณระยะทางที่เหลือ และแนะนำจุดชาร์จที่เหมาะสม พร้อมแสดงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการชาร์จ
บางระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์เพื่ออัปเดตข้อมูลการจราจรและสภาพถนนแบบเรียลไทม์ เลือกใช้ระบบนำทางที่มีฐานข้อมูลสถานีชาร์จที่ครอบคลุมและอัปเดตบ่อย
9. เครื่องสูบลมแบบพกพา
เครื่องสูบลมแบบพกพาเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรถทุกประเภท รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า เพราะช่วยเติมลมยางเมื่อยางรั่วหรือลมยางอ่อน ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของยาง ควรเลือกเครื่องสูบลมที่ใช้ไฟจากที่จุดบุหรี่หรือพอร์ต USB ในรถ
เครื่องสูบลมที่ดีควรมีเกจวัดความดันในตัว และสามารถตั้งค่าความดันที่ต้องการได้อัตโนมัติ ควรพกติดรถไว้เสมอ เผื่อเหตุฉุกเฉินที่ต้องเติมลมยางระหว่างเดินทาง
10. ชุดอุปกรณ์ซ่อมฉุกเฉิน
ชุดอุปกรณ์ซ่อมฉุกเฉินสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าควรประกอบด้วย สายพ่วงแบตเตอรี่ ไฟฉาย ถุงมือยาง และเครื่องมือพื้นฐาน เช่น ไขควง คีม และประแจ แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แต่ก็ยังอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ เช่น แบตเตอรี่ 12V หมด หรือยางรั่ว
การมีชุดอุปกรณ์ซ่อมฉุกเฉินติดรถไว้จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างมั่นใจ ควรตรวจสอบอุปกรณ์ในชุดเป็นประจำและเปลี่ยนแบตเตอรี่ไฟฉายเมื่อหมดอายุ
