Skip to main content
Hardware & building materials — factory export to distributors, hardware stores and contractors across Thailand
五金建材外贸网站模板(泰语询盘版)
Buyer scenario

แบรนด์สีทาบ้านยอดนิยม 10 อันดับ ปี 2567

1. TOA (ทีโอเอ) – ผู้นำตลาดสีทาบ้านอันดับหนึ่ง

1. TOA (ทีโอเอ) – ผู้นำตลาดสีทาบ้านอันดับหนึ่ง

TOA เป็นแบรนด์สีทาบ้านที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยความไว้วางใจจากผู้บริโภคและช่างมืออาชีพ สี TOA มีให้เลือกหลากหลายประเภท ตั้งแต่สีน้ำพลาสติกสำหรับผนังภายในและภายนอก ไปจนถึงสีน้ำมัน สีรองพื้น และสีพิเศษอื่นๆ จุดเด่นคือคุณภาพที่สม่ำเสมอ สีติดทนนาน และมีสีให้เลือกมากมาย

นอกจากนี้ TOA ยังให้ความสำคัญกับนวัตกรรม เช่น สีที่ช่วยลดความร้อน สีกันเชื้อรา และสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งบ้านพักอาศัยและโครงการขนาดใหญ่ หากคุณกำลังมองหาสีที่ไว้ใจได้ TOA คือคำตอบที่คุ้มค่า

2. Nippon Paint (นิปปอน เพนท์) – เทคโนโลยีสีจากญี่ปุ่น

2. Nippon Paint (นิปปอน เพนท์) – เทคโนโลยีสีจากญี่ปุ่น

Nippon Paint เป็นแบรนด์สีจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในเมืองไทย ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และสูตรสีที่พัฒนามาเพื่อสภาพอากาศแบบร้อนชื้น ทำให้สีติดทนทานต่อแดดและฝนได้ดี

จุดเด่นของ Nippon Paint คือกลุ่มสีฟังก์ชัน เช่น สีเย็นที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน สีที่ป้องกันคราบสกปรก และสีที่มีกลิ่นน้อย เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ อีกทั้งยังมีสีให้เลือกหลากหลายเฉดสีตามเทรนด์สมัยใหม่

3. Dulux (ดูลักซ์) – สีคุณภาพระดับพรีเมียม

3. Dulux (ดูลักซ์) – สีคุณภาพระดับพรีเมียม

Dulux เป็นแบรนด์สีระดับโลกจากบริษัท AkzoNobel ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมานาน มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพสีที่ยอดเยี่ยม ให้ผิวสัมผัสเนียนเรียบ และการปกปิดที่ดีเยี่ยม สี Dulux มีหลายไลน์ เช่น Dulux Weathershield สำหรับภายนอกที่ทนทานต่อสภาพอากาศ และ Dulux EasyWash ที่ล้างทำความสะอาดง่าย

นอกจากคุณภาพแล้ว Dulux ยังมีบริการให้คำปรึกษาเรื่องสีและการเลือกเฉดสีที่เหมาะสมกับบ้าน พร้อมทั้งมีแอปพลิเคชันให้ทดลองสีบนรูปถ่ายบ้านของคุณ ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความพรีเมียมและความสวยงาม

4. Beger (เบเยอร์) – สีคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้

Beger เป็นแบรนด์สีจากประเทศบังคลาเทศ แต่ได้รับการยอมรับในเมืองไทยมานาน ด้วยราคาที่จับต้องได้และคุณภาพที่ใช้ได้ ทำให้เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้รับเหมาและเจ้าของบ้านที่ต้องการประหยัดงบประมาณ

Beger มีสีให้เลือกทั้งสีน้ำพลาสติก สีน้ำมัน และสีรองพื้น โดยจุดเด่นคือการปกปิดที่ดีและสีสันสดใส แม้ราคาจะย่อมเยากว่าแบรนด์อื่น แต่คุณภาพก็ยังได้มาตรฐาน เหมาะสำหรับงานทาสีทั่วไปหรือบ้านที่ไม่ได้ต้องการความพรีเมียมมากนัก

5. Jotun (โจตัน) – ความทนทานระดับสากล

Jotun เป็นแบรนด์สีจากประเทศนอร์เวย์ ที่มีชื่อเสียงด้านความทนทานต่อสภาพอากาศที่รุนแรง สี Jotun ถูกใช้ในโครงการขนาดใหญ่ เช่น สะพาน เรือ และโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงบ้านพักอาศัย สำหรับบ้าน สายผลิตภัณฑ์ Jotun Majestic และ Jotun Fenomax ได้รับความนิยม

จุดเด่นคือความคงทนของสีที่ยาวนาน ไม่ลอกหลุดง่าย ทนต่อรังสี UV และความชื้น เหมาะสำหรับบ้านที่อยู่ริมทะเลหรือพื้นที่ที่มีฝนตกชุก แม้ราคาจะสูงกว่าแบรนด์ทั่วไป แต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว

6. Kansai Paint (คันไซ เพนท์) – นวัตกรรมสีจากญี่ปุ่น

Kansai Paint เป็นอีกแบรนด์สีจากญี่ปุ่นที่เข้ามาทำตลาดในไทย โดยเน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีสูตรสีที่ช่วยลดกลิ่นและสารระเหย VOC ต่ำ

สี Kansai มีความหลากหลายทั้งสีภายในและภายนอก รวมถึงสีน้ำยาเคลือบเงา จุดเด่นคือการยึดเกาะที่ดีและความยืดหยุ่นของฟิล์มสี ที่ช่วยป้องกันการแตกร้าว เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการสีที่ทนทานและใส่ใจสุขภาพ

7. ตราช้าง (Chiang) – แบรนด์ไทยคุณภาพคู่บ้าน

สีตราช้างเป็นแบรนด์ไทยที่อยู่คู่คนไทยมานานหลายทศวรรษ ด้วยราคาย่อมเยาและหาซื้อง่ายตามร้านค้าทั่วไป สีตราช้างมีให้เลือกหลายเกรด ตั้งแต่เกรดประหยัดไปจนถึงเกรดพรีเมียม

จุดเด่นคือการปกปิดที่ดีและสีสดใส แต่ที่สำคัญคือราคาที่เป็นมิตร ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดหรือต้องการทาสีเองที่บ้าน แม้เทคโนโลยีจะไม่ล้ำหน้าเท่าแบรนด์ต่างชาติ แต่ก็เชื่อถือได้ในเรื่องความทนทานพอสมควร

8. Sheen Group (ชีน กรุ๊ป) – ผู้ผลิตสีรายใหญ่ของไทย

Sheen Group เป็นผู้ผลิตสีและเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของประเทศไทย มีแบรนด์สีภายใต้ชื่อ Sheen และอื่นๆ สี Sheen มีคุณภาพดีในระดับกลาง-สูง และเป็นที่นิยมในหมู่ช่างมืออาชีพ

จุดเด่นคือการให้บริการครบวงจร ทั้งสีทาอาคาร สีอุตสาหกรรม และสีกันสนิม อีกทั้งยังมีศูนย์ให้คำปรึกษาและบริการผสมสีตามต้องการ เหมาะสำหรับโครงการบ้านจัดสรรและอาคารขนาดใหญ่

9. TOA 7-11 (ทูโอเอ เซเว่น) – สีราคาประหยัดจาก TOA

แม้จะเป็นแบรนด์ย่อยของ TOA แต่สี TOA 7-11 ก็ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้มีงบประมาณจำกัด เนื่องจากมีราคาถูกกว่าแบรนด์หลัก แต่ยังได้คุณภาพที่เชื่อถือได้จาก TOA

สีรุ่นนี้เหมาะสำหรับงานทาสีทั่วไป เช่น รั้วบ้าน กำแพง หรืออาคารที่ไม่ต้องการความสวยงามมากนัก การปกปิดดีพอใช้ และหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าทั่วไป

10. ตราเพชร (Phet) – สีไทยคุณภาพดีราคาย่อมเยา

สีตราเพชรเป็นอีกแบรนด์ไทยที่ผลิตโดยบริษัทสีเพชร มีมานานและเป็นที่รู้จักในกลุ่มช่าง สีตราเพชรมีคุณภาพดีในระดับกลาง ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย

จุดเด่นคือการทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี และมีสีให้เลือกหลากหลาย เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปที่ต้องการความคุ้มค่า ถึงแม้จะไม่โด่งดังเท่าแบรนด์ใหญ่ แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดงบ

สรุป

การเลือกแบรนด์สีทาบ้านในปี 2567 ควรพิจารณาจากงบประมาณ คุณสมบัติที่ต้องการ และความไว้วางใจในแบรนด์ ทั้ง TOA, Nippon Paint, Dulux ฯลฯ ต่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป หากต้องการสีทนทานและพรีเมียม แนะนำ Dulux หรือ Jotun หากต้องการความคุ้มค่า TOA หรือ Beger ก็เป็นตัวเลือกที่ดี สุดท้ายนี้ อย่าลืมเลือกสีที่เหมาะกับสภาพอากาศและพื้นที่ใช้งาน เพื่อให้บ้านสวยทนทานไปนานๆ

Request Quote WhatsApp