
1. ค้อน (Hammer)
ค้อนเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับงานช่างทั่วไป ใช้สำหรับตอกตะปู ทุบ หรือปรับแต่งชิ้นงาน ควรเลือกค้อนที่มีน้ำหนักเหมาะสม เช่น ค้อนขนาด 16 ออนซ์ ซึ่งเหมาะสำหรับงานบ้านทั่วไป ด้ามจับควรทำจากวัสดุที่จับถนัดมือ เช่น ไฟเบอร์กลาส หรือยาง เพื่อลดแรงกระแทกและเพิ่มความปลอดภัย
การใช้งานค้อนที่ถูกต้องควรจับที่ปลายด้ามเพื่อเพิ่มแรงเหวี่ยง และตอกให้ตรงหัวตะปู ควรสวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันเศษวัสดุกระเด็นเข้าตา หลังใช้งานควรทำความสะอาดและเก็บในที่แห้งเพื่อป้องกันสนิม

2. ไขควงชุด (Screwdriver Set)
ไขควงเป็นเครื่องมือสำหรับขันหรือคลายสกรู มีหลายขนาดและรูปแบบหัว เช่น แฉก (Phillips) และแบน (Flathead) ควรมีชุดไขควงที่ครอบคลุมขนาดต่างๆ เพื่อให้เหมาะกับงานที่หลากหลาย เช่น การซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ หรือของเล่นเด็ก
การเลือกไขควงที่มีด้ามจับหุ้มยางจะช่วยให้จับถนัดมือและป้องกันไฟฟ้าดูด ควรตรวจสอบให้หัวไขควงพอดีกับร่องสกรู เพื่อป้องกันการลื่นไถลและทำให้หัวสกรูเสียหาย เก็บไขควงในกล่องหรือที่แขวนเพื่อความเป็นระเบียบ

3. คีม (Pliers)
คีมใช้สำหรับจับ ดัด หรือตัดลวด มีหลายประเภท เช่น คีมปากแหลม คีมปากจิ้งจก และคีมตัด ล้วนมีประโยชน์ในงานช่างบ้าน ควรมีคีมอย่างน้อย 2-3 ชนิดเพื่อให้ครอบคลุมการใช้งาน
คีมปากแหลมเหมาะสำหรับงานที่ต้องเข้าถึงพื้นที่แคบ ส่วนคีมปากจิ้งจกใช้จับชิ้นงานขนาดใหญ่ และคีมตัดใช้ตัดลวดหรือสายไฟ ควรเลือกคีมที่มีคมตัดแข็งแรงและด้ามจับหุ้มฉนวนเพื่อความปลอดภัย
4. ตลับเมตร (Tape Measure)
ตลับเมตรเป็นเครื่องมือวัดที่จำเป็นสำหรับงานวัดขนาด ติดตั้ง หรือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ควรเลือกตลับเมตรที่มีความยาวอย่างน้อย 5 เมตร และมีตัวล็อกเพื่อให้วัดได้แม่นยำ
การใช้ตลับเมตรควรดึงสายวัดให้ตึงและอ่านค่าที่ระดับสายตา เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน ควรเลือกตลับเมตรที่มีตัวเรือนทนทานและสายวัดเคลือบป้องกันสนิม เก็บในที่แห้งและหลีกเลี่ยงการพับหรือบิดงอ
5. ระดับน้ำ (Spirit Level)
ระดับน้ำใช้ตรวจสอบความเรียบและแนวดิ่งของพื้น ผนัง หรือชั้นวางของ มีหลายขนาด ควรมีขนาด 60 ซม. สำหรับงานทั่วไป ระดับน้ำช่วยให้งานติดตั้งออกมาสวยงามและปลอดภัย
การใช้งานระดับน้ำควรวางให้แนบกับพื้นผิวและอ่านฟองอากาศให้อยู่กึ่งกลาง ควรตรวจสอบความเที่ยงตรงของระดับน้ำเป็นระยะ โดยวางบนพื้นราบแล้วหมุนกลับด้าน หากฟองอากาศอยู่ตำแหน่งเดิมแสดงว่ายังใช้งานได้
6. เลื่อยมือ (Hand Saw)
เลื่อยมือใช้ตัดไม้ พลาสติก หรือวัสดุบางชนิด มีหลายแบบ เช่น เลื่อยอเนกประสงค์ หรือเลื่อยฉลุ ควรเลือกเลื่อยที่มีใบเลื่อยคมและด้ามจับถนัดมือ
การตัดไม้ด้วยเลื่อยมือควรขีดเส้นบอกแนวและจับชิ้นงานให้แน่น ใช้แรงกดเบาๆ ในจังหวะสม่ำเสมอ ควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันบาดมือ และทำความสะอาดใบเลื่อยหลังใช้งานเพื่อป้องกันสนิม
7. สว่านไฟฟ้า (Electric Drill)
สว่านไฟฟ้าเป็นเครื่องมืออเนกประสงค์ ใช้เจาะรูและขันสกรูได้อย่างรวดเร็ว มีทั้งแบบมีสายและไร้สาย ควรเลือกแบบไร้สายเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย และมีแบตเตอรี่สำรอง
การใช้สว่านควรเลือกดอกสว่านให้เหมาะสมกับวัสดุ เช่น ดอกสว่านไม้ ดอกสว่านเหล็ก และควรตั้งความเร็วให้เหมาะสม ควรสวมแว่นตานิรภัยและหน้ากากกันฝุ่น หลังใช้งานควรถอดแบตเตอรี่และทำความสะอาดตัวเครื่อง
8. กระดาษทราย (Sandpaper)
กระดาษทรายใช้ขัดผิววัสดุให้เรียบหรือเตรียมพื้นผิวก่อนทาสี มีหลายความหยาบละเอียด ควรมีหลายเบอร์ เช่น 80, 120, 220 เพื่อใช้งานต่างกัน
การขัดควรเริ่มจากกระดาษทรายหยาบไปละเอียด เพื่อให้ผิวเรียบเนียน ควรใช้บล็อกขัดเพื่อให้แรงกดสม่ำเสมอ และสวมหน้ากากกันฝุ่นเพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่น
9. ประแจเลื่อน (Adjustable Wrench)
ประแจเลื่อนใช้ขันหรือคลายน็อตและโบลต์ขนาดต่างๆ ได้โดยไม่ต้องมีประแจหลายขนาด มีขนาดปากปรับได้ ควรเลือกขนาด 8 นิ้ว ซึ่งเหมาะสำหรับงานบ้าน
การใช้ประแจเลื่อนควรปรับปากให้พอดีกับน็อต และหมุนในทิศทางที่ถูกต้อง ควรใช้แรงดึงเข้าหาตัวเพื่อป้องกันการลื่นไถล หลังใช้งานควรเช็ดทำความสะอาดและหยอดน้ำมันเพื่อป้องกันสนิม
10. มีดคัตเตอร์ (Utility Knife)
มีดคัตเตอร์ใช้ตัดวัสดุบาง เช่น กระดาษ แผ่นพลาสติก หรือเทป มีใบมีดคมและหักทิ้งได้เมื่อทื่อ ควรเลือกแบบมีใบมีดเหล็กกล้าคุณภาพดีและด้ามจับกันลื่น
การใช้มีดคัตเตอร์ควรใช้แผ่นรองตัดเพื่อป้องกันพื้นเสียหาย และหักใบมีดออกเมื่อทื่อ ควรเก็บมีดให้พ้นมือเด็ก และเปลี่ยนใบมีดเมื่อไม่คม
11. ค้อนยาง (Rubber Mallet)
ค้อนยางใช้ตอกชิ้นงานที่ไม่ต้องการรอยขีดข่วน เช่น การประกอบเฟอร์นิเจอร์หรือปรับตำแหน่งกระเบื้อง มีหัวทำจากยางหรือพลาสติกแข็ง ช่วยลดแรงกระแทก
ควรเลือกค้อนยางที่มีน้ำหนักเบาและด้ามจับถนัดมือ ใช้ตอกเบาๆ สม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้กับงานที่ต้องใช้แรงมาก
12. เทปวัดระยะ (Laser Distance Measurer)
เครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์ช่วยวัดระยะทางได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เหมาะสำหรับงานออกแบบหรือติดตั้งที่ต้องการความละเอียด มีหน้าจอแสดงผลตัวเลข
การใช้เลเซอร์ควรเล็งไปที่พื้นผิวเรียบและอ่านค่าที่หน้าจอ ควรตรวจสอบแบตเตอรี่เป็นประจำ และเก็บในกล่องป้องกันการกระแทก
13. ฉาก (Framing Square)
ฉากใช้ตรวจสอบมุมฉากและวัดความยาวในงานไม้หรือโลหะ มีทั้งแบบเหล็กและอลูมิเนียม ช่วยให้งานเชื่อมต่อได้แม่นยำ
การใช้ฉากควรวางให้แนบกับขอบชิ้นงานและตรวจสอบช่องว่าง ควรเก็บในที่แห้งเพื่อป้องกันการบิดงอ
14. เลื่อยฉลุ (Jigsaw)
เลื่อยฉลุเป็นเลื่อยไฟฟ้าที่ใช้ตัดไม้หรือโลหะเป็นเส้นโค้งหรือแบบต่างๆ ได้ มีใบเลื่อยที่เปลี่ยนได้หลายแบบ
ควรเลือกเลื่อยฉลุที่มีความเร็วปรับได้และระบบป้องกันการสั่นสะเทือน ใช้ใบเลื่อยให้เหมาะกับวัสดุ และสวมแว่นตานิรภัย
15. อุปกรณ์ความปลอดภัย (Safety Gear)
อุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น แว่นตา ถุงมือ หน้ากากกันฝุ่น และที่อุดหู เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานช่าง เพื่อป้องกันอันตรายจากเศษวัสดุ สารเคมี และเสียงดัง
ควรเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและสวมใส่ทุกครั้งที่ทำงาน ควรมีชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นติดบ้านไว้ด้วย
